📐 📐 เครื่องมือสร้างแปลนฟรี → ส่งออก CAD ในคลิกเดียว →
ZHENESJAKOTHVIRUFRAR

Pricing

นิยาม

Pricing (การตั้งราคา) คือกระบวนการกำหนดราคาขาย ราคาโปรโมชั่น และโครงสร้างส่วนลดของสินค้า โดยต้องหาจุดสมดุลระหว่าง 3 สิ่งที่ดึงกันไปคนละทาง ได้แก่ กำไรที่เหลือ ความสามารถในการแข่งขัน และ ความอ่อนไหวต่อราคาของลูกค้า (Price Sensitivity)

ในบริบท DTC (Direct-to-Consumer) ไทย การตั้งราคาไม่ใช่แค่ "ตั้งให้ถูกกว่าคู่แข่ง" แต่คือการออกแบบ ราคาที่ลูกค้ารู้สึกว่า "คุ้ม" ขณะที่เรายังเหลือ Margin พอไปจ่ายค่า Ads ค่า COD และค่าขนส่งได้

พูดง่าย ๆ: ราคาคือเครื่องมือสื่อสารคุณค่า ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนหน้าสินค้า


เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

ลองนึกถึง "ตาชั่ง 3 ด้าน"

- ด้านซ้าย = ต้นทุน (สินค้า + แพ็ก + ขนส่ง + Ads + COD)

- ด้านขวา = ราคาตลาด (คู่แข่งใน Shopee / TikTok Shop / Lazada ตั้งเท่าไหร่)

- ด้านหน้า = ใจลูกค้า (ราคานี้แพงไปไหมสำหรับกลุ่มเป้าหมายเรา)

ถ้าตาชั่งเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป คุณจะเจอปัญหา:

- ถูกเกิน → ขายดีแต่ขาดทุน

- แพงเกิน → ไม่มีคนกด

- ตรงกลางแต่ไม่มีจุดต่าง → ลูกค้าเทียบราคาอย่างเดียว


สูตรที่ต้องรู้

1) ราคาขายจากต้นทุน (Cost-plus)

ราคาขาย = ต้นทุนรวม ÷ (1 - Margin ที่ต้องการ)

2) กำไรต่อชิ้น

กำไรต่อชิ้น = ราคาขาย - (ต้นทุนสินค้า + ค่าจัดส่ง + ค่าแพ็ก + ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม)

3) จุดคุ้มทุน (Break-even)

จำนวนชิ้นที่ต้องขาย = ต้นทุนคงที่ ÷ กำไรต่อชิ้น

4) ROAS ขั้นต่ำที่ต้องทำได้

ROAS ต่ำสุด = ราคาขาย ÷ กำไรต่อชิ้น

ตัวอย่างจริง:

- ต้นทุนสินค้า 120 บาท

- ค่าขนส่ง 40 บาท, ค่าแพ็ก 10 บาท

- ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 5% ของราคาขาย

- ตั้งราคาขาย 399 บาท

กำไรต่อชิ้น = 399 - (120 + 40 + 10 + 19.95) = 209.05 บาท

ROAS ต่ำสุด = 399 ÷ 209.05 ≈ 1.91

แปลว่าถ้ายิง Ads ได้ ROAS เกิน 1.91 ก็เริ่มมีกำไร


ตารางเปรียบเทียบกลยุทธ์การตั้งราคา

กลยุทธ์วิธีคิดเหมาะกับข้อดีข้อเสีย
Cost-plusบวกกำไรจากต้นทุนสินค้าใหม่ที่ยังไม่มีข้อมูลง่าย ปลอดภัยไม่สนใจตลาด
Competitiveตั้งตามคู่แข่ง ±5-10%สินค้าซ้ำ ๆขายง่ายกำไรบาง
Value-basedตั้งตามคุณค่าที่ลูกค้ารับรู้แบรนด์มีจุดต่างMargin สูงต้องสื่อสารเก่ง
Psychological (199/299/399)ลงท้าย 9เกือบทุกหมวดเพิ่ม Conversionลดความยืดหยุ่น
Bundle / Setขายเป็นเซ็ตสินค้าใช้คู่กันเพิ่ม AOVต้นทุนแพ็กสูงขึ้น
Anchor + Discountตั้งราคาเต็มแล้วลดFlash Saleกระตุ้น FOMOเสียความน่าเชื่อถือถ้าลดบ่อย

ใช้จริงในสถานการณ์ไหน

1) สินค้าใหม่ ยังไม่มีรีวิว

ใช้ Penetration Pricing — ตั้งราคาต่ำกว่าตลาด 15-20% ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อเก็บยอดขายและรีวิว จากนั้นค่อยขยับขึ้น

2) สินค้าขายดี อยากดันกำไร

ใช้ Price Laddering — ทำ 3 SKU

- รุ่นเริ่มต้น 199 บาท (ดึงคนเข้า)

- รุ่นกลาง 399 บาท (ตัวทำกำไรหลัก)

- รุ่นพรีเมียม 799 บาท (Anchor ให้รุ่นกลางดูคุ้ม)

3) TikTok Shop / Live

ใช้ Flash Deal + Limited Quantity เช่น "399 ปกติ 599 วันนี้เหลือ 299 มีแค่ 50 ชิ้น" — ตัวเลข 3 ชั้นนี้กระตุ้นการตัดสินใจได้ดีกว่าลดราคาเดี่ยว ๆ

4) Shopee / Lazada

ต้องคำนวณ ค่าธรรมเนียม + คูปองร้าน + คูปองแพลตฟอร์ม ให้ครบ มิฉะนั้นกำไรหาย 10-20% โดยไม่รู้ตัว


กับดักที่คนขายไทยเจอบ่อย

1. ตั้งราคาจากความรู้สึก — ไม่คำนวณค่าธรรมเนียมและ COD จริง ทำให้กำไรติดลบ

2. ลดราคาถี่เกินไป — ลูกค้ารอแต่โปร ไม่ซื้อราคาเต็ม กลายเป็น "Discount Addict"

3. เทียบราคากับคู่แข่งอย่างเดียว — ลืมว่าต้นทุนเราต่างกัน บางคนได้ของถูกกว่าเพราะสั่ง lot ใหญ่

4. ลืมค่า Ads ในราคา — ROAS 2.0 ฟังดูดี แต่ถ้ากำไรต่อชิ้นบาง ก็ยังขาดทุน

5. ราคาไม่สอดคล้องทุกช่องทาง — ขายใน TikTok ถูกกว่าเว็บตัวเอง ลูกค้าจดจำราคาผิด

6. ใช้เลข 9 ทุกอย่าง — จนลูกค้าจับทางได้ ควรสลับเป็น 199 / 249 / 359 บ้าง


ตัวเลขที่ควรจำ

- Margin ขั้นต่ำสำหรับ DTC ไทย: ควรมากกว่า 40% ของราคาขาย เพื่อรองรับ Ads + คืนสินค้า

- อัตราคืนสินค้า (Return Rate) เฉลี่ย: 5-15% ขึ้นกับหมวด ต้องกันสำรองไว้ในราคา

- ค่า COD: ประมาณ 3-5% ของยอดเก็บปลายทาง ถ้าไม่รวมในราคา กำไรจะหายเงียบ ๆ


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

- Margin (กำไรขั้นต้น) — กำไรหลังหักต้นทุนสินค้า

- Markup — เปอร์เซ็นต์บวกจากต้นทุน (ต่างจาก Margin)

- AOV (Average Order Value) — ยอดเฉลี่ยต่อออเดอร์

- Price Elasticity — ความไวของยอดขายต่อการเปลี่ยนราคา

- Anchor Price — ราคาอ้างอิงที่ทำให้ราคาจริงดูถูก

- Penetration Pricing — ตั้งราคาต่ำเพื่อเจาะตลาด

- Price Skimming — ตั้งราคาสูงช่วงแรกแล้วค่อยลด

- Bundle Pricing — ตั้งราคาแบบเซ็ต

- Dynamic Pricing — ปรับราคาตามสถานการณ์

- MAP (Minimum Advertised Price) — ราคาขั้นต่ำที่ตัวแทนขายโฆษณาได้


สรุปสั้น ๆ: การตั้งราคาที่ดีไม่ใช่การหาตัวเลขที่ "ถูกที่สุด" หรือ "แพงที่สุด" แต่คือการหาตัวเลขที่ ลูกค้ายอมจ่าย กำไรเราอยู่ และคู่แข่งตามไม่ทัน — เริ่มจากรู้ต้นทุนจริง รู้ใจลูกค้า แล้วค่อยเลือกกลยุทธ์ให้ตรงกับสถานการณ์ของสินค้าแต่ละตัว

📚 หนังสือแนะนำ
Bosch GLM 40 激光测距仪
Bosch GLM 40 激光测距仪
ดูบน Amazon →
📐 免费在线画户型图 → 一键导出 CAD  🛠️ 全部工具